|
   
 

Best Country

นิตยสารนิวสวีค (Newsweek) ได้ทำการสำรวจและจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุด (Best Country) เป็นครั้งแรก โดยให้คำจำกัดความที่แตกต่างจากการจัดลำดับประเทศที่ผ่านมา ที่ส่วนใหญ่จะเน้นเฉพาะด้านอย่าง การจัดลำดับตามขีดความสามารถในการแข่งขัน ฯลฯ
ทั้งนี้ “นิวสวีค” ตั้งคำถามไว้ง่ายๆว่า “หากคุณเกิดวันนี้ ประเทศใดที่จะทำให้คุณมีโอกาสดีที่สุดในการใช้ชีวิตที่สุขภาพดี ปลอดภัย ร่ำรวยพอประมาณ และมีชีวิตที่ก้าวหน้า ซึ่งเป็นการมองภาพรวมโดยการแบ่งประเภทของความ “อยู่ดีกินดี” (National Wellbeing) 5 ประเภท – การศึกษา สาธารณสุข คุณภาพชีวิต การแข่งขันทางเศรษฐกิจ และบรรยากาศทางการเมือง โดยทีมงานมีสูตรที่ให้น้ำหนักในประเด็นต่างๆ หากสนใจเข้าไปดูวิธีคิดได้ในเว็บไซด์ของ “นิวสวีค”

ผลที่ออกมานั้นทำให้ “นิวสวีค” ได้ข้อสรุปเป็นลำดับประเทศ 100 ลำดับ ตีพิมพ์ในนิตยสารฉบับวันที่ 23 & 30 สิงหาคม ที่โดยรวมไม่น่าแปลกใจว่า ประเทศเล็กและรวยจะน่าอยู่ที่สุด ทำให้ประเทศในภูมิภาค “นอร์ดิค” (Nordic) – ประเทศเล็ก รวย ปลอดภัย และ หนาว – ขณะที่การศึกษาที่มีพื้นฐานที่กว้างเป็นปัจจัยสำคัญ และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ อันเป็นเหตุผลที่ทำให้สหรัฐอเมริกา ยุโรปตะวันตก เกาหลี และญี่ปุ่น ติดอันดับ

และไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าเป็น “สูตรสำเร็จ” หรือ “โมเดล” ที่จะถือเป็นแบบอย่างของประเทศที่ประสบความสำเร็จ และ “นิวสวีค” ก็ยอมรับว่าไม่มีรายชื่อการจัดลำดับใดที่ “สมบูรณ์แบบ” เพราะเงื่อนไขและข้อจำกัดต่างๆ และการจัดลำดับเช่นนี้เสมือนเป็นการถ่ายภาพนิ่งที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ดังเช่น หากเป็นเมื่อสองปีที่แล้ว ประเทศอย่าง เคนย่า หรือ ไทย อาจมีคะแนนที่สูงกว่าในมิติของความมั่นคงทางการเมือง

รายชื่อสุดท้ายหลังการพิจารณาคิดคำนวณแล้ว ประเทศอันดับหนึ่งคือ “ฟินแลนด์” ตามด้วย “สวิสเซอร์แลนด์” “สวีเดน” “ออสเตรเลีย” และ “ลักซ์แซมเบอร์ก” อันดับที่ 6-10 คือ “นอร์เวย์” “แคนนาดา” “เนเธอร์แลนด์” “ญี่ปุ่น” และปิดท้ายด้วย “เดนมาร์ค”

ในภูมิภาคเอเชีย ญี่ปุ่น นำในอันดับ 9 ของโลก เกาหลีใต้ ได้ที่ 15 และ สิงคโปร์ เป็นประเทศอาเซียนประเทศแรกอยู่ในลำดับที่ 20 มาเลเซีย ที่ 37 และถึงจะมา ไทย ที่ 58 ซึ่งตามด้วย จีน ที่ 59 และสำหรับประเทศอื่นๆในภูมิภาคที่น่าสนใจ คือ ฟิลิปปินส์ (63) อินโดนีเซีย (73) อินเดีย (78) และ เวียดนาม (81)

สำหรับ 5 ประเทศ “รั้งท้าย” คือ อูแกนดา (96) แซมเบีย (97) แคมเมอรูน (98) ไนจีเรีย (99) และ เบอร์กิน่า ฟาร์โซ (100) ซึ่งล้วนอยู่ในทวีปแอฟริกา

ในฉบับยังได้ยกตัวเลขและการจัดอันดับที่น่าสนใจบางประเภทมาด้วย อย่างในประเด็นที่ให้คะแนน “คุณภาพชีวิต” ประเทศที่มาอันดับ 1 คือ เยอรมนี หรือ “การศึกษา” อันดับ 1 คือ ฟินแลนด์ “สาธารณสุข สุขภาพ” ญี่ปุ่นนำ และหากพิจารณามิติของ พลวัตทางเศรษฐกิจ (Economic Dynamism) ของประเทศที่มีประชากรมาก ที่หนึ่งได้แก่ สหรัฐฯอเมริกา โดยมี ไทย รั้งที่ 9

นอกจากการจัดอันดับแล้ว ยังมีข้อวิเคราะห์ที่เป็นประโยชน์ในการกำหนดนโยบายสาธารณะของประเทศ อย่างเรื่องการศึกษานั้น มีบทความของ Mona Mourshed และ Penton Whelan ซึ่งสรุปว่า โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในโรงเรียนและในชีวิตขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของครอบครัว มากกว่าปัจจัยอื่น ทั้งการลดช่องว่างระหว่างเด็กที่มีฐานะกับยากจนซึ่งส่งผลต่อการรับรู้ และการศึกษา

ประเทศที่ 1 อย่าง ฟินแลนด์ ดูแลให้นักเรียนเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีการกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวด ปัจจัยแห่งความสำเร็จให้บทเรียนกับทุกคน และการจะทำให้เด็กรุ่นใหม่ “พร้อม” ในภายภาคหน้า มีดังนี้ ประการแรกคือ การให้เด็กเข้าโรงเรียนตั้งแต่เยาว์ ยิ่งเด็กยิ่งดี ประการที่สองคือเด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของเวลาที่ตื่นอยู่นอกโรงเรียน จึงไม่ควรให้เวลานั้นเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ หลายประเทศเพิ่มเวลาเรียน มาเรียนเช้าขึ้น กลับบ้านช้าขึ้น หรือให้มาเรียนวันเสาร์ด้วย

ประการที่สาม ให้ความสำคัญในการฝึกอบรมครู มีผลการศึกษาว่าในสหรัฐอเมริกา นักเรียนที่เรียนกับครูที่มีประสิทธิภาพ เรียนรู้มากกว่านักเรียนที่เรียนกับครูที่ด้อยประสิทธิภาพถึงสามเท่า และสิงคโปร์จะ “จูจี้” ในการคัดเลือกผู้มาเป็นครู ทั้งยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการฝึกอบรม และให้ครูได้เรียนต่อ มีการประเมินผลเป็นระยะ และให้โบนัสเฉพาะผู้ที่โดดเด่นจริงๆ ประการสุดท้าย ในฟินแลนด์ นั้น จะให้ความสนใจนักเรียนแบบ “ตัวต่อตัว”

ในบทความมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ และหลากมิติในการพัฒนาประเทศ ทำให้นึกถึงไปว่า ขณะที่ “สภาพัฒน์ฯ” ของไทยเราแถลงอย่างภาคภูมิใจถึงอัตราการเจริญเติบโต และ “สภาผู้แทนฯ” กำลังแบ่งเค้กแย่งงบประมาณกันอยู่ ปีหน้า “นิวสวีค” ประเมินใหม่ ไทยเราจะตกไปอันดับใด??

ตีพิมพ์ครั้งแรก สยามรัฐรายวัน วันที่ 24 สิงหาคม 2553

Posted By : นายวีระศักดิ์  โค้วสุรัตน์
File Under : General

1 กันยายน 2553 16:23 น.
ผู้อ่านทั้งหมด 2602 คน (54.156.92.140) แจ้งลบ
 
แสดงความคิดเห็น (สำหรับสมาชิก)
รายละเอียด * :
รูปภาพ :
หมายเหตุ : สำหรับไฟล์ .jpg เท่านั้น
ชื่อผู้ตอบ * :
 
5 ปีที่ขัดแย้ง
 
นายวีระศักดิ์ โค้วสุรัตน์
อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
19 กันยายน 2554 13:00 น.
ผู้อ่านทั้งหมด 3349 คน
 
 
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้ยินคำว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืน” บ่อย ... แต่ก็แทบจะไม่เคย เห็นว่ารัฐไหนประเทศใด โดยเฉพาะช่วงที่กำลังพัฒนาจะสามารถดำเนินนโยบายนี้ได้อย่างแท้จริง จริงอยู่ บางชาติในยุโรปอ...
อ่านต่อ | แสดงความคิดเห็น (0)
 
>> สปาบำบัด : กระแสนิยมผู้บริโภคยุคใหม่
>> รายงานการค้าและการพัฒนา 2011
>> เปิดเสรีแรงงานอาเซียน AEC 2015 ...มีจริงหรือ ?
>> จากการเมืองออสเตรเลียถึงการเมืองไทย
>> รายงานการลงทุนโลก 2011
>> เสริมบรรยากาศปฏิรูปการเมือง
>> แรงงานต้นทุน
>> ค่าแรงมาตรฐาน V ค่าจ้างขั้นต่ำ
>> บรรยากาศปรองดอง
>> นิรโทษกรรม
>> เสียสละ
>> โลจิสติกส์ : ตัวแปรสำคัญการแข่งขัน
>> เมืองไทยหลังเลือกตั้ง
>> เปิดเสรีอาเซียนกับธุรกิจการศึกษานานาชาติในไทย
>> “สเต็มเซลล์” วิทยาศาสตร์การแพทย์กับการค้าและการพัฒนา
>> Needs กับ Wants
>> เตรียมทีมไทยในเวทีสากล
>> กาแฟขม
>> การปรับตัวของเศรษฐกิจครัวเรือนในสหรัฐ
>> พลังงานนิวเคลียร์ คุ้มค่า หรือหายนะ
>> กฎหมายในฐานะเครื่องมือลดโลกร้อน
>> ASEAN : มองอย่างเข้าใจ
>> “เรา” จะคุ้มครองการลงทุนของไทยในต่างแดนได้อย่างไร ?
>> แย่งกันขีดเส้นสมมุติ...
>> ประเด็นร้อนของ “จีน”
>> Food Security vs. Energy Security
>> อัศวิน SDR
>> แรงงานจบใหม่ ล้นตลาดหรือขาดแคลน
>> สูงวัย...ต้องใจสู้ ...
>> สมดุลของ : พืชอิ่มท้องกับพืชอิ่มถัง
>> ห่วงแบรนด์ . . .ห่วงไทย
>> ฮาลาล.....บริบทที่ไทยไม่ควรมองข้าม
>> กำเนิดทฤษฎีใหม่
>> ข้าว : อ่านเขาแล้วมองตัวเรา !
>> จาก REDD ถึง REDD+ แนวคิดใหม่ในการลดโลกร้อน
>> อิสลาม, ธนาคารและการค้าระหว่างประเทศ
>> Climate Change
>> ปรองดอง
>> โลกมุสลิม......ทางเลือกใหม่ของไทย
>> Climate Change ประเด็นร้อนที่ต้องตัดสินใจ
>> ภาวะโลกร้อนภัยที่คนไทยไม่ควรมองข้าม
>> เทรนด์ไหน ? คือคุณ...
>> ปฏิรูปการศึกษา
>> Best Country
 
   
 
 
Dai-Ka.com